ผู้บริหาร

นายธวัชชัย สุภาพ
ผู้อำนวยการสถานศึกษา
เมนูโรงเรียน
ประวัติโรงเรียน และประวัติบ้านคูบ
สัญลักษณ์โรงเรียน
วิสัยทัศน์ / พันธกิจ/เป้าประสงค์/เป้าหมาย/กลยุทธ์
มาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐาน 2555-2558
เพลงโรงเรียน
หลักสูตรที่เปิดสอน
ปฏิทินกิจกรรม
ข้อมูลอาคารสถานที่
ทำเนียบผู้บริหาร
คณะกรรมการสถานศึกษา
คณะกรรมการนักเรียน
ข้อมูลนักเรียน
เผยแพร่ผลงานวิชาการ
ปรัชญา/คำขวัญ/สีประจำโรงเรียน
ระบบโครงสร้างบริหารสถานศึกษา
แผนพัฒนาคุณภาพ 4 ปี 2555-2558
แผนพัฒนาคุณภาพ 1 ปี 2556 โรงเรียนบ้านคูบ
ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
แผนที่-ที่ตั้งโรงเรียนบ้านคูบ
รายงานผลการพัฒนาคุณภาพการศึกษา 2555
ข้อมูลครู ปีการศึกษา 2556
แจ้งผลการเรียน ช่วงชั้นที่ 1(ป.1-2) ปี 2555
แจ้งผลการเรียน ช่วงชั้นที่ 2 ปี (ป.4-6 ) 2555
แจ้งผลการเรียน ช่วงชั้นที่ 3 (ม.1-3) ปี 2555
แจ้งผลการเรียน ช่วงชั้นที่ 1(ป.1-3)ปี 2556
แจ้งผลการเรียน ช่วงชั้นที่ 2(ป.4-6)ปี 2556
แจ้งผลการเรียน ช่วงชั้นที่ 3 (ม.1-3) ปี 2556
ฝ่ายบริหารและบุคลากร
แบบสำรวจความคิดเห็น
คุณคิดว่าเวปไซต์โรงเรียนบ้านคูบ สำเร็จรูป เป็นอย่างไร
ดีเยี่ยม
ดี
พอใช้
ควรปรับปรุง
ดูผลโหวด
สถิติผู้เยี่ยมชม
เปิดเว็บไซต์ 01/06/2011
ปรับปรุง 18/04/2014
สถิติผู้เข้าชม 558707
Page Views 679746
แผ่นพับโรงเรียน
แผ่นพับประชาสัมพันธ์ 1
เว็บโรงเรียนกันทรารมณ์
โรงเรียนกันทรารมณ์
เพลงประจำโรงเรียนบ้านคูบ
พระคุณครู
สพป.ศรีสะเกษ เขต 1
สพป.ศรีสะเกษ เขต 1
รายการสอนศิลป์
รายการสอนศิลป์
หนังสือราชการสำนักงานเขตพื้น ศก.เขต 1
หนังสือราชการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ศก.เขต 1
เวปไซต์ดีๆสำหรับคนรักคณิตศาสตร์
worksheetworks
เวปไซต์การเรียนรู้ของเด็กน่าสนใจ
โลกแห่งการเรียนรู้ของเด็ก
มุมเกษตร
การปลูกผักกาดขาว (เพื่ออาหารกลางวัน โรงเรียนบ้านคูบ)
  

การปลูกผักกาดขาว

การเพาะปลูก การปลูกผักกาดขาว




ผักกาดขาว นับเป็นผักที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจชนิดหนึ่งของประเทศไทย เนื่องจากมีผู้นิยมบริโภคอย่างแพร่หลาย ส่วนที่ใช้บริโภคคือ ส่วนของใบ ซึ่งมีลักษณะเป็นผืนเดียวกันตลอด มีก้านใบกว้างและแบน ผักกาดขาวนอกจากจะใช้บริโภคสด และประกอบอาหารได้หลายอย่างแล้วยังเป็นผักที่นำมาใช้แปรรูปเป็นผักตากแห้ง และกิมจิ ตลอดจนเป็นผักที่ใช้ในอุตสาหกรรมรูปอื่นๆ อีก


พันธุ์ผักกาดขาวจะมีความแตกต่างกันไปตามลักษณะรูปร่างของปลี สำหรับพันธุ์ที่นิยมปลูกในประเทศไทยแบ่งได้ 3 พวกใหญ่ๆ ตามลักษณะของปลี
1. พวกปลียาว ปลีมีลักษณะทรงสูง รูปไข่ ได้แก่ พันธุ์มิชิลีหรือผักกาดหางหงส์, ผักกาดโสภณ, ผักกาดขาวปลีฝรั่ง เป็นต้น
2. พวกปลีกลม ปลี มีลักษณะทรงสั้นและอ้วนกลมกว่าพวกปลียาว ได้แก่ พันธุ์ซาลาเดีย ไฮบริด, พันธุ์ทรอปิคคอล ไพรด์ ไฮบริด ฯลฯ ส่วนใหญ่เป็นพันธุ์เบา มีอายุสั้น
3. พวกปลีหลวมหรือไม่ห่อปลี ส่วน มากเป็นผักพื้นเมืองของเอเชีย ผักกาดขาวพวกนี้มักไม่ห่อเป็นปลี สามารถปลูกได้แม้อากาศไม่หนาว ฝนตกชุก สำหรับความอร่อยน่ากินและการเก็บรักษาได้นานสู้ผักกาดขาวพวกเข้าปลีไม่ได้ ทำให้ปริมาณในปัจจุบันลดลง ได้แก่ พันธุ์ผักกาดขาวใหญ่ (อายุ 45 วัน) ผักกาดขาวธรรมดา (อายุ 40 วัน) เป็นต้น
พันธุ์ผักกาดขาวที่เกษตรกรนิยมใช้ได้แก่ ตราดอกโบตั๋น ตราช้าง ตราเครื่องบิน ตราเครื่องบินพิเศษ พันธุ์เทียนจินและพันธุ์เทียนจินเบอร์ 23 ซึ่งเป็นพันธุ์ที่ทนร้อนได้ปานกลาง


ผักกาดขาวเป็นผักที่มีอายุปีเดียว ในประเทศไทยสามารถปลูกได้ตลอดปี แต่ปลูกได้ผลดีที่สุดอยู่ในช่วงเดือนตุลาคมถึงกุมภาพันธ์ ขึ้นได้ในดินเกือบทุกชนิด แต่ชอบดินร่วนที่มีการระบายน้ำดีและมีความอุดมสมบูรณ์สูง มีความเป็นกรดเป็นด่างๆ (pH) ของดินอยู่ในช่วงพอเหมาะประมาณ 6 - 6.8 ต้องการน้ำอย่างสม่ำเสมอและเพียงพอเพื่อให้มีการเจริญเติบโตอย่างสม่ำเสมอ และควรได้รับแสงแดดเต็มที่ตลอดวัน อุณหภูมิที่เหมาะสมอยู่ระหว่าง 15 - 22 องศาเซลเซียส


แปลงเพาะกล้า ทำ การไถดินบนแปลง แล้วตากดินทิ้งไว้ประมาณ 5 - 7 วัน หลังจากนั้นหว่านปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักที่สลายตัวดีแล้วให้มาก คลุกเคล้าให้เข้ากับดิน พรวนย่อยดินให้ละเอียดโดยเฉพาะผิวหน้าดิน ทั้งนี้เพื่อป้องกันไม่ให้เมล็ดผักกาดขาวซึ่งมีขนาดเล็กตกในดินลึกเกินไป เมื่อปลูกโดยวิธีหว่าน
แปลงปลูก ทำ การไถดินหรือขุดดินให้ลึกประมาณ 30 เซนติเมตร ตากดินทิ้งไว้ประมาณ 7-10 วัน แล้วทำการไถพรวนดินอีกครั้ง ใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักที่สลายตัวดีแล้วพร้อมกับคลุกเคล้าให้เข้ากับดิน ถ้าดินเป็นดินทรายควรใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักให้มากขึ้น อัตราการใช้ประมาณ 2 ปี๊บต่อตารางเมตรหรือถ้าใช้มูลเป็ด ไก่ หรือสุกร ให้ลดปริมาณการใส่ลงมาเหลือตารางเมตรละ 1 ปี๊บก็พอ คลุกเคล้าให้เข้ากัน ใส่กรณีที่ดินเป็นดินเปรี้ยวหรือดินเป็นกรดควรใส่ปูนขาวในอัตราประมาณ 40 กิโลกรัมต่อไร่


ระบบการปลูกผักกาดขาวในประเทศไทยสามารถทำได้ 3 แบบ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับพันธุ์ที่นำมาปลูกและสภาพพื้นที่
1. แบบหว่านกระจายทั่วแปลง การปลูกแบบนี้ใช้ในกรณีที่ใช้พันธุ์ผสมทั่วๆ ไปมาปลูก เมล็ดพันธุ์มีราคาไม่แพง และโดยเฉพาะในท้องที่ภาคกลางที่ยกแปลงกว้าง มีร่องน้ำ
2. แบบแถวเดียว เหมาะสำหรับการปลูกแบบโรยเป็นแถวหรือย้ายกล้า กรณีใช้เมล็ดพันธุ์ลูกผสมที่มีราคาแพง ในท้องที่ที่ปลูกผักแบบไร่
3. แบบแถวคู่ เหมาะสำหรับการปลูกแบบหยอดเมล็ดหรือย้ายกล้า กรณีใช้เมล็ดพันธุ์ลูกผสมที่มีราคาแพง เช่น ในเขตท้องที่ภาคเหนือที่นิยมยกแปลงปลูกแคบ
สำหรับระยะปลูกที่เหมาะสมสำหรับปลูกผักกาดขาวในประเทศไทยก็คือ ระหว่างแถว 50 เซนติเมตร และระหว่างต้น 50 เซนติเมตร

การปลูกผักกาดขาวสามารถทำได้ 2 วิธีด้วยกันคือ การปลูกลงบนแปลงปลูกโดยตรง และการปลูกโดยการเพาะกล้าก่อนแล้วย้ายไปปลูกในแปลงปลูก จะเลือกใช้วิธีใดนั้นขึ้นอยู่กับความสะดวกและความเหมาะสมของปัจจัยของ เกษตรกรเอง เช่น แรงงาน ลักษณะของแปลง และจำนวนเมล็ดพันธุ์ เป็นต้น
การปลูกลงบนแปลงปลูกโดยตรง การปลูกผักกาดขาวด้วยวิธีนี้มี 2 แบบ คือ
1. แบบหวานโดยตรง โดย การหว่านเมล็ดพันธุ์ให้กระจายทั่วทั้งแปลง ซึ่งการปลูกแบบนี้เหมาะสำหรับกรณีที่เมล็ดพันธุ์มีราคาไม่แพง และโดยเฉพาะในท้องที่ภาคกลางที่ยกแปลงกว้าง มีร่องน้ำ การหว่านควรหว่านให้เมล็ดกระจายสม่ำเสมอ โดยทั่วไปนิยมผสมพวกทรายหรือเมล็ดผักที่เสื่อมคุณภาพแล้วที่มีขนาดพอๆ กันลงไปด้วย เพื่อให้เมล็ดพันธุ์กระจายได้สม่ำเสมอยิ่งขึ้น จากนั้นใช้ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักหว่านทับลงไปหนาประมาณ 1/2 - 1 เซนติเมตร เพื่อช่วยรักษาความชื้น เสร็จแล้วจึงคลุมด้วยฟางแห้งสะอาดบางๆ อีกชั้นหนึ่งรดน้ำด้วยบัวฝอยละเอียดให้ทั่วถึงสม่ำเสมอ หลังจากต้นกล้างอกและมีใบจริง 1-2 ใบควรถอนแยกเพื่อจัดระยะปลูกและถอนแยกครั้งสุดท้ายไม่ควรปล่อยให้กล้ามีอายุ เกิน 25-30 วัน โดยจัดระยะปลูกระหว่างต้นและระหว่างแถวประมาณ 50 x 50 เซนติเมตร
2. แบบปลูกเป็นแถวหรือหยอดเป็นหลุม โดย การหยอดเมล็ดให้เป็นแถวบนแปลงปลูก โดยให้ระยะระหว่างแถวห่างกัน 50 เซนติเมตร หยอดเมล็ดลึกประมาณ 1/2 - 1 เซนติเมตร หรือทำเป็นหลุมตื้นๆ หยอดเมล็ดลงประมาณ 3-5 เมล็ด ใช้ดินกลบให้หนา 1/2 เซนติเมตร ใช้หญ้าแห้งหรือฟางคลุมบางๆ รดน้ำด้วยบัวฝอยละเอียด เมื่อต้นกล้าเริ่มมีใบจริง 2 ใบให้ ทำการถอนแยกให้เหลือหลุมละ 1 ต้น ให้ได้ระยะต้นในแต่ละแถวเท่ากับ 50 เซนติเมตร และถอนแยกครั้งสุดท้ายอายุไม่ควรเกิน 30 วัน
การปลูกโดยการเพาะกล้าแล้วย้ายกล้าไปปลูก การปลูกผักกาดขาวด้วยวิธีนี้จะประหยัดเมล็ดพันธุ์ได้มาก โดยเฉพาะถ้าเป็นการปลูกโดยใช้เมล็ดพันธุ์ลูกผสมที่มีราคาแพง
หลังจากเตรียมดินแปลงเพาะกล้าเรียบร้อยแล้ว ให้หว่านเมล็ดให้ทั่วพื้นผิวแปลง แล้วใช้ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักที่สลายตัวดีแล้วหว่านกลบให้หนาประมาณ 1/2 - 1 เซนติเมตร หรืออาจใช้วิธีหยอดเมล็ดเป็นแถวห่างกันแถวละประมาณ 5-10 เซนติเมตร ลึกลงไปในดินประมาณ 1/2 - 1 เซนติเมตร เมล็ดควรโรยให้ห่างกันพอสมควร แล้วหว่านกลบด้วยปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักหรือดินผสมแล้วรดน้ำด้วยบัวฝอยละเอียด ให้ทั่วแปลง คลุมแปลงด้วยหญ้าแห้งหรือฟางสะอาดบางๆ เพื่อช่วยเก็บรักษาความชื้นในดินและป้องกันการกระแทกของน้ำต่อเมล็ดและต้น กล้าที่ยังเล็กอยู่
เนื่องจากกล้าผักกาดขาวค่อนข้างอ่อนแอ ดังนั้นควรย้ายชำลงถุงพลาสติกหรือกระทงก่อนเมื่อกล้าอายุประมาณ 20-25 วัน จากนั้นหมั่นดูแลรักษาและป้องกันโรคแมลงที่อาจเกิดขึ้น ก่อนการย้ายกล้าลงปลูกในแปลงควรทำให้กล้าแข็งแรง โดยการนำต้นกล้าออกตากแดดบ้าง อายุกล้าที่เหมาะสมในการย้ายปลูกคือ 30-35 วัน ไม่ควรใช้กล้าที่มีอายุมากเกินป การย้ายกล้าไปปลูกควรย้ายในช่วงบ่ายๆ ถึงเย็น หรือช่วงที่อาศมืดครึ้ม นำต้นกล้าปลูกในแปลงปลูกที่เตรียมไว้แล้ว โดยใช้ระยะห่างระหว่างต้นและระหว่างแถว 50 x 50 เซนติเมตร หลังจากปลูกเสร็จแล้วใช้ฟางหรือหญ้าแห้งคลุมดินอีกชั้นหนึ่ง เพื่อช่วยรักษาความชื้นในดินและผักตั้งตัวได้เร็ว แล้วรดน้ำด้วยบัวฝอยละเอียด
การปลูกด้วยวิธีการเพาะกล้าก่อนนำไปปลูกนี้จะทุ่นค่าเมล็ดพันธุ์ ค่าปุ๋ย และปลูกได้เป็นระเบียบสวยงาม การดูแลและทำงานได้ปราณีตขึ้นทำให้ได้ผลผลิตดีขึ้น ทุ่นเวลาและแรงงานที่จะดูแลรักษาในขณะที่ยังเป็นต้นกล้าอยู่ แต่ในเวลาย้ายปลูกจะต้องใช้แรงงานมากในการปลูกให้รวดเร็ว


การให้น้ำ ผัก กาดขาวต้องการน้ำมากและสม่ำเสมอเพื่อใช้ในการเจริญเติบโตตลอดฤดูปลูก ดังนั้นควรให้น้ำอย่างเพียงพอและสม่ำเสมอ โดยในระยะแรกเมื่อผักกำลังงอกควรให้น้ำวันละ 3-4 ครั้ง เพื่อให้หน้าดินอ่อนสะดวกแก่การงอกของเมล็ด เมื่อผักมีอายุเกิน 7 วันไปแล้ว ก็ลดลงเหลือให้วันละ 3 ครั้ง พออายุเกิน 1 เดือนไปแล้วให้น้ำเพียงวันละ 2 ครั้ง เช้าและเย็น ไม่ควรให้น้ำในเวลาสายๆ ที่แดดจัดเพราะน้ำอาจร้อนทำให้ผักกาดขาว ซึ่งบางเสียหายได้ง่าย การให้น้ำควรใช้บัวรดน้ำหรือฉีดพ่นเป็นฝอยด้วยเครื่อง แต่อย่าให้ฉีดแรงนัก เพราะอาจจะเป็นอันตรายต่อผักได้ การให้น้ำผักกาดขาวระยะที่ควรระวังที่สุดก็คือ ในช่วงที่ผักกาดขาวกำลังห่อปลีไม่ควรให้ขาดน้ำอย่างเด็ดขาด เพราะจะทำให้การห่อปลีและการเจริญเติบโตไม่สมบูรณ์
การใส่ปุ๋ย เนื่อง จากผักกาดขาวเป็นผักกินใบ ดังนั้นควรเลือกใช้ ปุ๋ยเคมี-อินทรีย์ตราบัวทิพย์ สูตรที่ 2 จึงจะเหมาะสม โดยให้ในอัตราประมาณ 80-150 กิโลกรัมต่อไร่ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความอุดมสมบูรณ์ของดินและปริมาณปุ๋ยคอกที่ใช้ โดยแบ่งใส่เป็น 2 ครั้ง คือ ครั้งแรกใส่เป็นปุ๋ยรองพื้นจำนวนครั้งหนึ่ง โดยใส่ตอนเตรียมดินปลูก และครั้งที่ 2 ใส่เมื่อผักกาดขาวมีอายุ 20 วัน
สำหรับผักกาดขาวพันธุ์ปลียาวและปลีกลมควรให้ปุ๋ยไนโตรเจน เช่น ยูเรียหรือแอมโมเนียมไนเตรท ในอัตรา 20-30 กิโลกรัมต่อไร่เมื่อกล้าอายุได้ 30-40 วัน โดยการหว่านหรือโรยข้างต้นก็ได้ แล้วรดน้ำตามทันที แต่ระวังอย่าให้ปุ๋ยตกค้างอยู่ที่ใบเพราะจะทำให้ใบไหม้


อายุการเก็บเกี่ยวของผักกาดขาวนั้น ไม่แน่นอน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับลักษณะประจำพันธุ์ของแต่ละพันธุ์คือ พันธุ์ที่เข้าปลีหลวมๆ มีอายุการเก็บเกี่ยวประมาณ 40-50 วัน หลังจากหว่านเมล็ด โดยเลือกเก็บเกี่ยวต้นเริ่มแก่เต็มที่ได้ขนาด สำหรับพันธุ์ปลียาวและปลีกลมมีอายุการเก็บเกี่ยวประมาณ 50-80 วันหลังจากหว่านเมล็ด โดยเก็บขณะที่ปลีห่อแน่นเต็มที่ก่อนที่ปลีจะเริ่มคลายตัวหลวมออก
วิธีการเก็บเกี่ยวโดยใช้มีดคมๆ ตัดที่โคนต้น แล้วตัดแต่งใบที่เป็นโรคถูกแมลงทำลายออกบ้างพอสมควร แต่ไม่มากนัก ควรเหลือใบนอกๆ ไว้สัก 2-3 ใบ เพื่อป้องกันการกระทบกระแทกระหว่างการขนส่ง

http://www.puibuatip.com

ประโยชน์ของ การปลูกผักกาดขาว



หัวผักกาดขาว: มีรสเผ็ดหวาน คุณสมบัติเย็น (เป็นยิน) ช่วยย่อย แก้ไอมีเสมหะ ไม่มีเสียง อาเจียนเป็นโลหิต ท้องเสีย
เมล็ด: มีรสเผ็ดหวาน คุณสมบัติเป็นกลาง แก้ไอมีเสมหะ และหืด ช่วยให้ย่อย ท้องเสีย
ใบ: มีรสเผ็ดขม คุณสมบัติเป็นกลาง ช่วยย่อย เจ็บคอ ท้องเสีย ขับน้ำนม

ช่วยระบบย่อยอาหาร ขับปัสสาวะ แก้ไอ มีโฟเลทสูง บำรุงคุณแม่ตั้งครรภ์

ในหัวผักกาดขาวสดส่วนที่ใช้เป็นอาหารได้ 100 กรัม มีน้ำ 91.7 กรัม โปรตีน 0.6 กรัม คาร์โบไฮเดรต 5.7 กรัม ความร้อน 250,000 แคลอรี่ เส้นใยหยาบ 0.8 กรัม ash 0.8 กรัม คาโรทีน (Carotene) 0.02 มก.วิตามินบีหนึ่ง 0.02 มก. วิตามินบีสอง 0.04 มก. กรดนิโคตินิค (Nicotinic acid) 0.5 มก. วิตามินซี 30 มก. แคลเซียม 49 มก. ฟอสฟอรัส 34 มก. เหล็ก 0.5 มก. โปแตสเซียม 196 มก.ซิลิกอน 0.024 มก. แมงกานีส 1.26 มก. สังกะสี 3.21 มก. โมลิบดีนัม 0.125 มก. โบรอน 2.07 มก.ทองแดง 0.21 มก. นอกจากนี้ยังมีกลูโคส (Glucose) ซูโครส (Sucross) Fructose Coumaric acid,Ferulic acid, Gentisic acid, Phenylpyruvic acid และกรดอะมิโนหลายชนิด

เมล็ด มีไขมัน เช่น: -Erucic acid, Linolenic acid และ Glycerol sinapate เป็นต้น น้ำมันหอมระเหยที่สำคัญคือ Methyl mercaptan นอกจากนี้ยังมีสารที่ยับยั้งแบคทีเรีย คือ Raphanin

วิธีการเพาะปลูกผักสวนครัวและผลไม้

การปลูกกระเทียม /
การปลูกกระเทียม
การปลูกกวางตุ้ง /
การปลูกกวางตุ้ง
การปลูกกะหล่ำปลี /
การปลูกกะหล่ำปลี
การปลูกกะเพรา /
การปลูกกะเพรา
การปลูกขิง /
การปลูกขิง
การปลูกข่า /
การปลูกข่า
การปลูกข้าวโพด /
การปลูกข้าวโพด
การปลูกคะน้า /
การปลูกคะน้า
การปลูกตะไคร้ /
การปลูกตะไคร้
การปลูกผักกาดขาว /
การปลูกผักกาดขาว
การปลูกผักกาดหอม /
การปลูกผักกาดหอม
การปลูกผักกาดหัวไชเท้า /
การปลูกผักกาดหัวไชเท้า
การปลูกผักชี /
การปลูกผักชี
การปลูกผักบุ้งจีน /
การปลูกผักบุ้งจีน
การปลูกพริก /
การปลูกพริก
การปลูกฟักทอง /
การปลูกฟักทอง
การปลูกมะกรูด /
การปลูกมะกรูด
การปลูกมะนาว /
การปลูกมะนาว
การปลูกมะเขือม่วง /
การปลูกมะเขือม่วง
การปลูกมะเขือยักษ์ /
การปลูกมะเขือยักษ์
การปลูกมะเขือยาว /
การปลูกมะเขือยาว
การปลูกมะเขือเทศ /
การปลูกมะเขือเทศ
การปลูกมะเขือเปราะ /
การปลูกมะเขือเปราะ
การปลูกหอมต้น /
การปลูกหอมต้น
การปลูกหอมหัวใหญ่ /
การปลูกหอมหัวใหญ่
การปลูกหัวหอมแดง /
การปลูกหัวหอมแดง
การปลูกเห็ดนางฟ้า /
การปลูกเห็ดนางฟ้า
การปลูกเห็ดฟาง /
การปลูกเห็ดฟาง
การปลูกเห็ดหอม /
การปลูกเห็ดหอม
การปลูกแครอท /
การปลูกแครอท
การปลูกแตงกวา /
การปลูกแตงกวา


ส้ม
ส้ม
แครอท
แครอท
มะกรูด
มะกรูด
ฟักแม้ว
ฟักแม้ว
มะนาว
มะนาว
มะเขือเปราะ
มะเขือเปราะ
มะเขือเทศ
มะเขือเทศ
กระท้อน
กระท้อน
ผักกาดหอม
ผักกาดหอม
ต้นหอม
ต้นหอม
น้ำเต้า
น้ำเต้า
กุยช่าย
กุยช่าย
ผักกาดขาว
ผักกาดขาว
กระหล่ำดอก
กระหล่ำดอก
ถั่วแปบ
ถั่วแปบ
ผักชีลาว
ผักชีลาว
หอมแดง
หอมแดง
หอมหัวใหญ่
หอมหัวใหญ่
แตงกวา
แตงกวา
ตะไคร้
ตะไคร้
           

ผักกาดขาว (Chinese Cabbage)

                   ผักกาดขาวมีอยู่หลายชนิด เช่น ผักกาดขาวปลี ผักกาดขาวใหญ่ ผักกาดขาวธรรมดา ผักกาดขาวเป็นผักอายุปีเดียว ปลูกได้ตลอดทั้งปี แต่จะเจริญเติบโตได้ดีในช่วงฤดูหนาว อุณหภูมิ 15-22 องศาเซลเซียส คือ ในช่วงตุลาคม-กุมภาพันธ์ ขึ้นได้ดีในดินแถบทุกชนิด แต่ชอบดินร่วนที่มีการระบายน้ำได้ดี ต้องการน้ำและแสงแดดอย่างสม่ำเสมอ

การเตรียมดิน

                      ขุดดินลึก 30 ซม. หรือ 1 หน้าจอบ พลิกหน้าดินตากแดดไว้ 7 วัน จากนั้นย่อยดินให้ละเอียด ใส่ปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอก 2 กก.ต่อ 1 ตารางเมตร คลุกเคล้าดินให้เข้ากัน ทำแปลงกว้าง 1 เมตร ยาว 4 เมตร รดน้ำให้ชุ่ม ทิ้งไว้ 3 วัน

การปลูก

                     การปลูกผักกาดขาวสามารถทำได้ 2 วิธี คือ แบบเพาะกล้าแล้วย้ายปลูก ซึ่งเหมาะกับผักกาดขาวปลี ซึ่งเมล็ดพันธุ์มีราคาแพง กับแบบหว่านลงแปลง ซึ่งใช้กับผักกาดขาวใหญ่และผักกาดขาวธรรมดา ซึ่งเมล็ดพันธุ์มีราคาถูก

1.  แบบเพาะกล้า หว่านเมล็ดพันธุ์ลงในแปลงเพาะกล้า แล้วโรยทับด้วยดิน คลุกปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอกหนา 1 ซม. คลุมด้วยฟางหรือหญ้าแห้ง รดน้ำให้ชุ่ม แล้วรดน้ำเช้าเย็น เมื่อต้นกล้าอายุได้ 15-20 วัน ก็ย้ายไปปลูกในแปลงปลูกที่เตรียมดินดีแล้วให้มีระยะห่าง 30-35 ซม. ควรย้ายกล้าในตอนเย็น

2.  วิธีหว่านลงแปลงปลูก ใช้เมล็ดพันธุ์หว่านลงในแปลง แล้วโรยทับด้วยปุ๋ยหมัก หรือปุ๋ยคอกหนา 1 ซม. คลุมด้วยฟางหรือหญ้าแห้ง รดน้ำให้ชุ่ม แล้วรดน้ำเช้าเย็น พอกกล้าอายุได้ 15-20 วัน ให้ถอนแยกให้แต่ละต้นห่างกัน 30-35 ซม.

การดูแล

             รดน้ำวันละ 2 ครั้ง อย่าให้ขาดน้ำ ผักกาดขาวควรได้รับแสงแดดตลอดวัน ใส่ปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอก หลังการถอนแยกและทุก 10 วัน จนถึงอายุเก็บเกี่ยว

การป้องกันและกำจัดศัตรูพืช

                           ถ้ามีหนอนหรือเพลี้ยมารบกวนให้ใช้ใบสะเดาหรือเมล็ดสะเดาบด 1 กก. ข่าแก่ 1 กก. ตะไคร้หอม 1 กก. สับปนกัน แล้วตำให้ละเอียด แช่น้ำ 20 ลิตร หมักไว้ 1 คืน กรองเอาน้ำยาผสมน้ำ 1:20 ฉีดพ่นช่วงเย็นทุก ๆ 3 วัน ควรจะผสมสบู่ 10 กรัมลงไปด้วย เพื่อช่วยให้น้ำยาจับใบ

การเก็บเกี่ยว

              เมื่ออายุ 40-50 วันก็เก็บเกี่ยวไปขายหรือกินได้

 

เก็บตก

ผักกาดขาวตากแห้ง

                                 ให้เลือกเอาผักใบแก่ ๆ แล้วตัดส่วนเสียหรือช้ำออกให้หมด นำมาล้างน้ำให้สะอาด แช่น้ำในน้ำเย็นไว้ 3 นาที หลังจากนั้นนำไปใส่เครื่องนึ่ง 15 นาที แล้วผึ่งลมผึ่งแดดจนแห้งสนิท เก็บใส่ภาชนะที่มีฝาปิด อย่าให้ลมเข้าได้ เมื่อจะนำมารับประทานต้องแช่น้ำให้ผักพองเสียก่อน

 
                             กิจกรรมการเรียนการสอนกลุ่มสาระงานอาชีพและเทคโนโลยี โรงเรียนบ้านคูบ ระดับชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 2และ 3 ได้ดำเนินการปลูกผักกาดขาว  ควบคุมและทำการสอนโดยท่านรอง ชัชพงษ์  คำเพราะ   เพื่อจำหน่ายให้กับอาหารกลางวัน
ท่านผู้อำนวยการเยี่ยมชมการจำหน่ายผัก
โพสเมื่อ : 11 ม.ค. 2556,20:03   อ่าน 799 ครั้ง
                                       โรงเรียนบ้านคูบ 
             199 หมู่ที่ 10 ตำบลคูบ อำเภอน้ำเกลี้ยง   จังหวัดศรีสะเกษ 33130
                สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา ศรีสะเกษเขต 1
                                      www.bankoob.ac.th
                                                 โทร  045-660391